วันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560


🌟 PROFILE ♕





Name : Nattanit Yodhong


Nickname : Tongta


Birth Date : 12th February 1996


Domicile : Nan


Country : Thailand


Favorite Sport : Swimming


Favorite Food :  Spaghetti


Education : Hight school ↣ Srisawatwittayakarn School 

                     Bachelor's  degree ↣ Early Childhood, Faculty of Education, Chandrakasem University



           





Thai Teacher TV


สรุปวิดีโอการสอน

เรื่อง ผลไม้แสนสนุก

โดย ครูไพพร ถิ่นทิพย์


           ผลไม้แสนสนุก  เป็นการสอนกิจกรรมสำหรับเด็กอนุบาล โดยในวิดีโอนี้จะใช้วิธีพาเด็กไปศึกษาจากสถานที่จริง ก็คือการไปศึกษาเรื่องผลไม้ ที่ตลาด โดยจะใช้การบูรณาการกิจกรรมต่างๆ เข้าไปในกิจกรรมครั้งนี้ จะบูรณาการเข้ากับวิทยาศาสตร์ จะทำให้เด็กได้คิด ได้สังเกต ได้ลองชิม ได้สัมผัสกับผลไม้ของจริง ซึ่งจะทำให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ใช้ตา ในการมอง การสังเกต , ใช้มือ ในการสัมผัสผิวของผลไม้แต่ละชนิด , ใช้จมูก ในการดมกลิ่น , ใช้หู ในการแยกเสียง , ใช้ลิ้น เพื่อรับรู้รสชาติ ความแตกต่างของผลไม้แต่ละชนิด   

Article



สรุปบทความ


เรื่อง วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

         เด็กเล็กๆมีธรรมชาติที่เป็นผู้ความอยากรู้อยากเห็น ชอบใช้คำถามว่า ทำไม อย่างไร สามารถแสวงหาความรู้จากสิ่งต่างๆรอบตัว และเริ่มเข้าใจสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ เด็กสามารถสังเกตและสื่อสารเกี่ยวเรื่องดิน หิน อากาศและท้องฟ้า เรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุ พลังงานจากแม่เหล็ก แสงและเสียง เด็กสามารถสำรวจลักษณะของน้ำและความร้อน สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กปฐมวัยเริ่มการทำงานทางวิทยาศาสตร์ เด็กสามารถแก้ปัญหาต่างๆโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการเรียนรู้เรื่องอื่นๆได้มากมาย 
         กิจกรรมวิทยาศาสตร์ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาโดยทำให้เด็กได้รับความรู้ พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เช่น การสังเกต การจำแนกประเภท การเรียงลำดับ การวัด การคาดคะแน และการสื่อสาร รวมทั้งทักษะการแสวงหาความรู้ กิจกรรมวิทยาศาสตร์ทำให้เด็กสนใจวัตถุและเหตุการณ์ เด็กเล็กมีวิธีการเรียนรู้คล้ายนักวิทยาศาสตร์สามารถทำงานด้วยทักษะการแสวงหาความรู้ กิจกรรมวิทยาศาสตร์ส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และพัฒนาการทางอารมณ์ เช่น เด็กมีความรู้สึกและเจตคติทางบวก 

          กิจกรรมวิทยาศาสตร์ในห้องเรียนเด็กปฐมวัยมีความสำคัญหลายประการดังนี้
1.ส่งเสริมการเห็นคุณค่าของตนเองและมีความกระตือรือร้น (คือเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้)
2.ส่งเสริมการทำงานรายบุคคลและการคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาของเด็ก 
3.เพื่อเป็นการช่วยอธิบายความเข้าใจด้วยตัวเองของเด็ก
4.ดูแลเอาใจใส่ต่อพฤติกรรมของเด็กที่ปรากฎ เช่น การแสดงความกังวลใจ เด็กที่เกิดความเบื่อ
5.กิจกรรมการค้นพบช่วยให้ผู้เรียนสนใจใฝ่รู้ อยากสืบค้นต่อไป
6.ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพทางสติปัญญาของเด็กจากการเรียนรู้ที่เด็กได้สัมผัสกับวัสดุอุปกรณ์ ทำให้เด็กมีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมที่มีความยากขึ้น เด็กได้เรียนรู้ภาษาและเนื้อหาสาระแบบบูรณาการ เช่น วิธีการได้รับประสบการณ์ทางภาษาแบบธรรมชาติต่อการอ่าน วิธีการสอนแบบโครงการต่อการพัฒนาหลักสูตร การใช้ประสาทสัมผัส และการใช้กล้ามเนื้ออย่างเหมาะสมกับวัย



Research



                                                                    สรุปวิจัย


เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีผลต่อความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย

ปริญญานิพนธ์   มยุรี ศรีทอง

เสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีนาคม 2554


          จุดมุ่งหมายของการวิจัย  

      ในการวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีต่อความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย โดยแยกเป็นจุดมุ่งหมายเฉพาะดังนี้
 1. เพื่อศึกษาระดับของความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัยโดยรวมและจำแนกรายด้านที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย 
2. เพื่อเปรียบเทียบความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย 

          ความสำคัญ

      การศึกษาครั้งนี้จะเป็นแนวทางสำหรับครูและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยในการที่จะจัดรูปแบบการเรียนการสอนโดยการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยซึ่งเป็นรูปแบบที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม เพื่อสามารถนำมาพัฒนาความรู้ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย รวมทั้งการพัฒนาความรู้ด้านอื่นๆของเด็กปฐมวัยต่อไป

          ขอบเขตการวิจัย

ประชากร เด็กปฐมวัย ชาย - หญิง อายุ 5 - 6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2553 โรงเรียนหงสประภาสประสิทธิ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2 ซึ่งมี 2 ห้องเรียน จำนวน 70 คน
กลุ่มตัวอย่าง เด็กปฐมวัย ชาย - หญิง อายุ 5 - 6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2553 โรงเรียนหงสประภาสประสิทธิ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 2 ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับฉลาก 1 ห้องเรียน จากจำนวน 2 ห้อง แล้วทำการจับสลากนักเรียนจำนวน 20 คน เพื่อกำหนดเป็นกลุ่มทดลอง

           ตัวแปรที่ศึกษา

      1. ตัวแปรอิสระ  การจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย
      2. ตัวแปรตาม  ความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

           ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง

       การศึกษาในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 ทำการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 45 นาที กลุ่มตัวอย่างได้รับการทดลองทั้งสิ้น 40 ครั้ง ตามแบบการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย



   


- แผนการสอนสัปดาห์ที่1 วันจันทร์




- แผนผังแสดงภาพรวมการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย


- ตัวอย่างแบบทดสอบ



- ภาพการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย





    


วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Learning media 2



กระจกเงา




อุปกรณ์
              1.ซองขนม  2 ซอง               2..เทปใส                               3.เทปกาว2หน้า                 
              4.กระดาษสี                          5.กระดาษลัง

วิธีทำ
1.ตัดซองขนมทั้งหมด 2 ซอง นำไปล้างและตากให้ซองแห้ง
2.นำซองขนมทั้ง 2ซอง มาตัดให้มีขนาดเท่ากับกระดาษA4
3.ติดซองขนมขนาด A4 ลงกระดาษแข็ง
4.ติดกระดาษสีลงบนกระดาษแข็ง เพื่อความสวยงาม
5.ติดเทปใสรอบๆแผ่นเพื่อป้องกันการฉีกขาด
6.ใช้เทปใสติดแผ่นA4 ทั้ง 2 แผ่น ให้ติดกัน

Learning media 1




Paper Circus Rider Toy







อุปกรณ์
 1.กระดาษ 100 ปอนด์ ขนาด A4   1 แผ่น                   4.เทปใส
 2.ลวดแข็ง             15 เซนติเมตร                               5.สีไม้
 3.กระดาษแข็ง       1 แผ่น                                          6.กรรไกร


วิธีทำ
1.วาดรูปวงกลม 1 วง และตัวการ์ตูน 1 ตัว ลงในกระดาษ ระบายสีให้สวยงาม
2.ตัดกระดาษตามรูปที่วาดไว้ โดยตัดไม่ให้ติดขอบรูปที่วาดเกินไป
3.ตัดกระดาษแข็งให้มีขนาดเท่ากับวงกลมและนำมาประกบกัน
4.ตัดกระดาษแข็งให้มีความยาวพอดีกับรูปการ์ตูนและติดไว้ข้างหลัง เพื่อความแข็งแรง
5.ดัดลวดตรงปลายข้างใดข้างหนึ่งให้งอขึ้นมา
6.นำตัวการ์ตูนมาติดกับลวดส่วนที่งอ ติดเทปใสให้แน่น
7.นำลวดส่วนที่งอเจาะจุดศูนย์กลางของวงกลม เพื่อทำเป็นวงล้อ



Diary no.15 Tuesday, 21 November 2560.



บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 15

การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

Science Experiences Management For Early Childhood

วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560เวลา 8.30 - 12.30 น


Story of subject (เนื้อหาที่สอน)


    อาจารย์ตรวจคลิปการทดลองวิทยาศาสตร์ของแต่ละคน โดยอาจารย์ให้ความรู้ว่า การทดลองวิทยาศาสตร์นั้น ต้องใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้
- การตั้งคำถาม
- การตั้งสมมติฐาน
- การทดลอง
- การสรุปผล
- ย้อนดูสมมติฐาน
- รายงานผลที่ได้


     จากนั้นเป็นการทำ Cooking โดยผ่านการเรียนรู้แบบ STEM

เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์(Technolgy) 

ขั้นตอนที่ 1 ออกแบบ (Engineering) ให้แต่ละคนออกแบบเกี๊ยวของของตนเอง และให้ภายในกลุ่มลงความเห็นกันว่าจะเลือกแบบของใครเพื่อเป็นแบบของกลุ่ม




ขั้นตอนที่ 2 ตักวัตถุดิบ (Math) ให้แต่ละกลุ่มตักวัตถุดิบตามจำนวนสมาชิกของตนเอง เช่น ตักหมูคนละ 1 ช้อน มี 4  = คน ตัก 4 ช้อน แครอท 1 ช้อน วุ้นเส้น 1 ช้อน ไส้กรอก 1 ช้อน แผ่นเกี๊ยว 10 แผ่น




ขั้นตอนที่ 3 ห่อเกี๊ยวตามที่ออกแบบไว้




ขั้นตอนที่ 4 ครูดำเนินขั้นตอนตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Science) โดยการตั้งประเด็นปัญหากับเด็ก ตั้งสมติฐาน เริ่มวิธีการทำ และสรุป











Adoption (การนำไปใช้)


     สามารถนำการสอนแบบ STEM ไปใช้ได้จริงในการสอนในอนาคต



Assessment (การประเมิน)


- ตนเอง เข้าเรียนตรงต่อเวลา ให้ความร่วมมือกับกิจกรรม ตั้งใจฟังอาจารย์ให้ความรู้

- อาจารย์ ให้คำแนะนำต่างๆมากมาย ที่เป็นประโยชน์แก่ตัวนักศึกษาเอง

- บรรยากาศ เพื่อนตื่นเต้น สนใจกับการเรียนรู้จากการทำ Cooking


Vocabulary (คำศัพท์)


ออกแบบ = Design
ทอด = Fry
เนื้อหมู = Pork
สัดส่วน = Proportion
วุ้นเส้น = Vermicelli